เคยสังเกตไหมว่า บางทีเราตกแต่งห้องตามตัวอย่างในเว็บไซต์หรือหนังสือตกแต่งบ้าน แล้วทำไมถึงออกมาดูไม่เหมือนกัน ทั้งที่ใช้เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง โทนสีของผนังคล้ายตัวอย่าง อยากให้ลองตรวจเช็คผ้าม่านในห้อง เพราะการตกแต่งห้องนอกจากสีของห้อง เฟอร์นิเจอร์และของประดับตกแต่งต่างๆ สิ่งหนึ่งที่จะช่วยเสริมให้ห้องดูดีก็คือผ้าม่านนั่นเอง ทั้งยังช่วยปรับแสงภายในห้องให้เหมาะสมกับการใช้งานด้วย ซึ่งผ้าม่านมีหลายชนิด มีรูปแบบการใช้งาน การเปิดปิดแตกต่างกันไป การเลือกผ้าม่านให้เหมาะสมก็จะช่วยเสริมให้ห้องมีความสวยงามที่แตกต่างกันด้วย

ชนิดของผ้าม่าน

1. ผ้าม่านจีบ

ลักษณะของผ้าม่านจีบ คือการจับผ้าเป็นจีบ แล้วนำไปแขวนกับรางด้วยตะขอ เหมาะกับห้องที่มีหน้าต่างสูงเกือบชนเพดาน เพราะบังแสงได้ดี ม่านจีบเป็นม่านที่เป็นต้นแบบของผ้าม่านหลายๆ แบบ เช่น ม่านหลุยส์ ม่านกล่อง การใช้ม่านจีบต้องมีไม้จูงม่าน เพราะซี่ตะขออาจพังได้ง่ายถ้าเลื่อนเปิดปิดม่านด้วยมือ

2. ผ้าม่านลอน

ม่านลอน คือผ้าม่านที่มีการจับจีบคล้ายกับม่านจีบแต่ยกเว้นบริเวณหัวผ้าม่าน ทำให้ลอนของผ้าม่านดูเป็นลอนธรรมชาติ มีความโค้งสบายตา ดูทันสมัย เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่ใช้สอยจำกัด

3. ผ้าม่านตาไก่

ม่านตาไก่ มีการเจาะรูเพื่อใส่ห่วงพลาสติกทรงกลมประกบหน้าประกบหลังกับตัวผ้าสำหรับสอดรางเพื่อแขวนม่าน ทำให้ม่านตาไก่ไม่ต้องมีไม้จูง ดึงเปิดปิดด้วยมือได้เลย การติดตั้งควรติดเหนือหน้าต่างหรือประตูที่มีระยะห่างจากเพดานเพราะแสงจะเล็ดลอดเข้ามาบริเวณม่านตาไก่ได้

4. ผ้าม่านกระเช้า

มีลักษณะคล้ายม่านตาไก่ แต่ใช้กระเช้าผ้าแทนห่วงพลาสติก มีข้อดีคือเสียงไม่ดังเวลาเปิด การติดตั้งต้องติดให้สูงจากประตูหรือหน้าต่างเพื่อไม่ให้แสงเล็ดลอดเข้ามาได้ สามารถใช้ราวแบบเดียวกันหรือตัวเดียวกันกับม่านตาไก่ได้ แต่ลอนอาจจะสวยน้อยกว่าม่านตาไก่เล็กน้อย

5. ผ้าม่านพับ

ม่านพับจะมีการเปิดปิดโดยการดึงรอกเพื่อพับขึ้นพับลงเป็นชั้นๆ ลดหลั่นกันไป ม่านพับเป็นที่นิยมมากในหลายๆ ประเทศ เพราะช่วยทำให้ห้องดูโมเดิร์น ทันสมัย ใช้งานง่าย สามารถใช้กับหน้าต่างที่บานไม่กว้าง แต่ข้อเสียคือตอนพับเก็บไม่สามารถเก็บขึ้นไปได้ทั้งหมด แล้วส่วนบนของหน้าต่างจะถูกม่านบังแสงเอาไว้

6. ผ้าม่านม้วน

ผ้าม่านม้วนมีลักษณะการเปิดปิดม่านคล้ายม่านพับ เพราะใช้รอกในการเปิดม่านขึ้นลง สามารถม้วนเก็บขึ้นไปได้มิดชิด ไม่เหลือส่วนของผ้าไว้บังด้านบนของหน้าต่างเหมือนม่านพับ ม่านม้วนเหมาะกับหน้าต่างที่ติดต่อกันเป็นแนวยาว ทำให้ห้องดูทันสมัย แต่อาจมีแดดส่องระหว่างรอยต่อของม่านแต่ละตัวได้ นิยมใช้ในคอนโดหรือออฟฟิศ

7. ม่านปรับแสง

ม่านปรับแสงเป็นม่านอีกแบบที่ได้รับความนิยมมาก เพราะใบของม่านคล้ายมู่ลี่แต่เป็นแนวตั้ง สามารถปรับองศาของใบม่านได้ตามปริมาณแสงที่ต้องการให้ส่องเข้ามาภายในห้อง เหมาะใช้กับหลายห้อง ทั้งห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน ละห้องนอน ทำให้ห้องดูทันสมัย และสวยงาม

8. มู่ลี่

ม่านมู่ลี่เป็นม่านที่คนไทยใช้มานาน ตัวมู่ลี่ทำจากแผ่นไม้เป็นซี่ๆ เรียงขนานกันในแนวนอนร้อยด้วยเชือก เปิดปิดขึ้นลงด้วยการใช้รอก ทำความสะอาดง่าย แต่ไม่สามารถปรับองศาได้เหมือนม่านปรับแสง และการเปิดปิดมู่ลี่ทำให้มู่ลี่ชำรุดได้ง่าย

จะเห็นได้ว่าผ้าม่านแต่ละแบบมีคุณลักษณะที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับลักษณะของห้องและความต้องการของผู้ใช้งาน เช่น ถ้าต้องการม่านที่ใช้งานง่าย ทนทาน อาจเลือกใช้ม่านที่ไม่ต้องใช้รอกในการเปิดปิดอย่างมู่ลี่หรือม่านพับเพราะเสียง่ายถ้าไม่ระวัง ให้เลือกม่านตาไก่หรือม่านลอนอาจจะเหมาะกว่า

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save