สำหรับผู้หญิงแล้ว การมีหุ่นและสุขภาพที่ดีเป็นเรื่องที่หลายๆ คนใฝ่ฝัน เพราะจะได้แต่งตัวสวยๆ ได้ทุกสไตล์ เนรมิตได้ดังใจ และยังทำให้การเดินไปไหนมาไหนมีความมั่นใจ ใส่ส้นสูงก็ดูเพรียวระหง สง่างาม ไม่ว่าไปพรีเซนท์งานหรือไปปาร์ตี้ก็พร้อมเพราะรูปร่างที่ดูดีเสริมบุคลิก แต่ก็อาจมีอุปสรรคตรงไม่สะดวกไปออกกำลังกายที่ฟิตเนส หรือไม่มีเวลา การออกกำลังกายที่บ้านจึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดี ทั้งยังสามารถทำได้เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่เราสะดวก จะใช้เวลาเท่าไหร่ก็ได้ แม้จะไม่มีอุปกรณ์ครบครันอย่างในฟิตเนส แต่ก็มีวิธีออกกำลังกายหลากหลายแบบที่สามารถทำได้ง่ายๆ

วิธีการออกกำลังกายที่บ้านสำหรับผู้หญิง

1. กระโดดเชือก (Rope Jumping)

เป็นการออกกำลังที่ง่ายมากๆ เพียงแค่มีเชือกที่เหมาะกับความสูงของเรา การออกกำลังกายโดยการโดดเชือกช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงต่อร่างกายได้ดี ข้อควรระวังคือต้องใส่รองเท้าที่รองรับการกระโดดเพื่อไม่ให้เท้าได้รับผลกระทบจากการรับน้ำหนักตอนกระโดดมากเกินไป

2. วิ่งอยู่กับที่ (Jogging)

สำหรับคนที่ไม่มีลู่วิ่งอัตโนมัติ การวิ่งอยู่กับที่ก็เป็นการออกกำลังกายที่ดีเช่นกัน  เป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ้ที่กระตุ้นการหมุนเวียนเลือด ส่งผลดีต่อหัวใจ

3. สคว็อต (Squat)

การออกกำลังแบบสคว็อต จะช่วยยกกระชับและเสริมสร้างความแข็งแรงช่วงก้นและขา วิธีทำคือยืนตรง วางเท้าให้เท่าช่วงไหล่หรือกว้างกว่าเล็กน้อย แล้วย่อตัวลงมาโดยให้ช่วงก้นหย่อนไปด้านหลัง หลังตรง หัวเข่าไม่เลยปลายเท้า เกร็งหน้าท้อง ทำเป็นเซ็ต เซ็ตละ 20-30 ครั้ง

4. แพลงกิ้ง (Planking)

แพลงกิ้งทำได้โดยนอนคว่ำ เหยียดตัวตรง ใช้ศอกทั้งสองข้างและปลายเท้ายันตัวขึ้นจากพื้น ฝ่าเท้าตั้งฉากกับพื้น ศอกทั้งสองข้างห่างกันประมาณ 1 ช่วงไหล่ เกร็งคอ อย่าก้มหน้าลง การทำแพลงกิ้งต้องทำให้ลำตัวขนานกับพื้นค้างไว้ โดยเริ่มจากวันละ 30 วินาที แล้วค่อยๆ เพิ่มไปเรื่อยๆ วันละ 10 วินาที มีประโยชน์ตรงที่ทำให้แขนแข็งแรงขึ้น และช่วยในเรื่องกล้ามเนื้อลำตัวและหน้าท้อง

5. เวทเทรนนิ่ง (Weight Training)

เพียงมีดัมเบล หรือใช้ขวดน้ำขนาด 1.5 ลิตร มายกออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อแขน โดยต้องยกขึ้นลงช้าๆ ขึ้นและลงให้สุดแขน ควรใช้แรงจากแขนเท่านั้น ไม่ควรเหวี่ยง หรือใช้แรงจากลำตัวในการช่วย

การออกกำลังกายสำหรับผู้หญิงไม่เพียงแต่ทำให้ร่างกายแข็งแรงและมีสุขภาพที่ดี แต่ยังช่วยทำให้หุ่นดูดี ดูฟิตแอนด์เฟิร์ม และถ้าอยากให้หุ่นเฟิร์มช่วงไหนเป็นพิเศษ ควรเลือกท่าออกกำลังกายที่ส่งผลต่อช่วงนั้นโดยตรง และก่อนออกกำลังกายแต่ละครั้งอย่าลืมวอร์มร่างกายเพื่อให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่น และอย่าหักโหมมากจนเกินไป จากที่จะส่งผลดีก็อาจส่งผลเสียแทนได้

บทความที่น่าสนใจ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save